[TransThai]Junsu : Singles Magazine Part 1
posted on 22 Feb 2012 18:42 by iammay02 in TRANSLATE, TVXQ

This is the only moment: Kim Junsu
ฉันไปดูมิวสิคเคิล Elisabeth คืนก่อนที่ฉันจะได้สัมภาษณ์เค้า. มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ดูการแสดงจาก คิม จุนซู, คนที่ยืนสูงสง่าด้วยการเป็นสมาชิกของ JYJ และ นักแสดงละครเวที. เมื่อคิมจุนซูเผยตัวขึ้นบนเวทีในฐานะ Tod ที่มีเส้นผมสีบลอนด์อร่าม คนดูต่างพากันหยุดหายใจชั่วขณะ. คิมจุนซู, ผู้ชายที่มาพร้อมกับเสียงแหบเสน่ห์—กำลังพิสูจณ์ตัวเองอยู่ทุกนาที, วินาที, และช่วงเวลานั้น. สิ่งที่ฉันได้เห็นคือความอืสระ แต่ก็มีความร้อนแรงในวัยเยาว์ปนอยู่ด้วย. สัมภาษณ์ครั้งแรกกับ คิมจุนซู ผู้ชายที่พิสูจณ์ตัวเองให้รู้ว่าเค้านั้นเป็นผู้ชายที่ฉลาดและยังเป็นคนที่ ควบคุมโชคชะตาของตัวเองได้อีกด้วย.
ค. เมื่อวานเป็นการแสดงโชว์ Elisabeth ครั้งแรก คุณรู้สึกยังไงบ้าง?
จซ. มันเหมือนเป็นภาระเลยครับ เพราะมิวสิคเคิลทางยุโรปเค้าไม่คุ้นกับพวเรา(ชาวเกาหลี) แล้วด้วยที่ อลิซาเบธ มีองค์ประกอบของบทกวีมาก. ผมคิดว่ามันดูพิเศษมากๆ เพราะมันยังมีเรื่องแฟนตาซีเข้ามาปนอยู่ด้วย. ถึงแม้ว่าผู้ชมจะหวังไว้สูง และผมรู้สึกเหมือนแบกภาระไว้บนไหล่ แต่ผมก็รู้สึกพอใจตอนที่การแสดงรอบแรกจบลง. ผมรู้สึกดีที่ผมสามารถถ่ายทอดบทละครไปกับนักแสดงที่ยอดเยี่ยมหลายๆคน
ค. คุณรู้สึกถึงกำลังใจของแฟนๆมั๊ย? ผู้ชมดูเหมือนมีพลังมากเป็นพิเศษตอนปิดม่านนะ. ให้ความรู้สึกเหมือนงานคอนเสิร์ตเลย
จซ. ผมรู้สึกถึงพวกเค้าตอนปิดม่านครับ แต่ตอนผมแสดงอยู่ ผมไม่ค่อยรู้สึก. เหมือนพวกเค้าคิดอยู่ว่าควรจะปรบมือดีหรือไม่ดี? ผมอยากให้พวกเค้าทำตัวสบายๆ เพราะพวกเค้าไม่ต้องยึดติดกับกฏมิวสิคเคิลที่เป็นทางการแบบนั้นหรอก
ค. คนในยุโรป, ที่เป็นบ้านของมิวสิคเคิล, และคนที่ไปเที่ยวยุโรปและได้ชมมิวสิลเคิล พวกเค้าจะจำ Death ได้เป็นอย่างดี
จซ. ผมเคยได้ยินว่า Death เป็นคาแรคเตอร์ที่ดังมากๆ แล้วก็ได้ผลโหวตจากผู้คนให้เป็นคาแรคเตอร์ที่ดังที่สุดในออสเตรียด้วย เพราะงั้นนักแสดงที่นั้นเลยชอบแสดงเป็น Tod. แต่ผมคิดว่าโมสาร์ทนะดีที่สุด(เพราะผมเคยแสดงเป็นโมสาร์ท) เมื่อก่อน ผมไม่เข้าใจว่าทำไม Tod ถึงดังนัก ทั้งๆที่ Elisabethเป็นตัวนำแท้ๆ. Tod นั้นมีแรงดึงดูดเพราะเค้าไม่ใช่คนแต่เป็นพระเจ้า และสามารถบรรยายสิ่งต่างๆออกมาโดยที่คนธรรมดาทำไม่ได้
ค. ตอนคุณถูกเสนอให้เล่นบทนี้ คุณคงตื่นเต้นมาก
จซ. จริงๆผมอยู่สึกลังเลอยู่ เพราะคำว่า Death มันเป็นคำที่ดูหนักหนามากสำหรับผม.ผมคิดว่า ‘ไม่ใช่ว่าต้องสังสมเกียรติก่อนถึงจะเล่นได้หรอ? ผมเด็กเกินไปหรือปล่าวสำหรับตัวละครตัวนี้?’ ถึงแม้ว่าผมจะทราบว่าเรื่องนี้เป็นมิวสิคเคิลที่เยี่ยมที่สุด และยังมีนักแสดงที่สุดยอดหลายคน แต่ตอนแรกผมกังวลว่ามันจะไม่เข้ากับผม…ความแตกต่างระหว่าง ‘อะไรที่ผมอยากทำ และ อะไรที่ผมทำได้’ แต่ในอีกมือนึงผมก็คิดว่า ใครจะให้ความหมายกับความตายได้บ้าง? ผมคิดว่าไม่มีใครสามารถอธิบายได้. Death เป็นได้ทั้งคนแก่, เด็ก, หนุ่มหล่อผู้เซ็กซี่ หรือแม้แต่ผู้ชายวันกลางคนอ้วนๆ …เพราะงั้นผมถึงอยากจะแสดงให้ Death เป็นเหมือนตัวผม. มันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผมที่จะสามารถเรียนรู้และเป็นนักแสดงละครเวทีที่ดี ยิ่งขึ้นไปอีก หลังจากที่ผมแสดงใน Mozart และ Tears of Heaven ไปแล้ว
ค. ฉันเซอร์ไพรซ์มากที่ได้เห็น Death เซ็กซี่ขนาดนั้น
จซ. ผมผ่านการคัดเลือกในตัวละครตัวนี้พร้อมกับ จุนฮันฮยอง และ ชางอุยฮยอง พวกเราตกลงกันว่าจะบรรยายตัวละครออกมาตามความอิสระของตัวเอง. แต่ผมขาดความลุ่มลึกและประสบการณ์เมื่อเทียบกับทั้งสองฮยอง ผมคิดว่าอะไรที่มันจะมาแทนความลุ่มลึกได้น่ะ? แล้วก็เลยคิดว่าจะแสดงออกมาด้วยความเยาว์วัยและความเซ็กซี่ แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความชั่วร้าย. ตอนแรกผมเดินเหมือนพระเจ้า แต่ตอนหลังผมเปลี่ยนการเดินให้เหมือนแมว มันก็เลยดูเซ็กซี่มากขึ้น. ผมรู้สึกดีเยี่ยมที่ผู้ชมสังเกตุจุดนั้นได้
ค. ฉากตอนออกมาเต้นพร้อมกันมันเยี่ยมมาก เหมือนคอนเสิร์ตเลย
จซ. ผมเป็นคนเดียว(จากเดธอีกสองคน) ที่ออกมาเต้น. จริงๆมันต้องเต้นไม่มาก แต่ทางผู้กำกับบอกให้เราเต้นให้ยาวกว่านี้อีก ก็หลายออกมานานนิดนึง
ค. เดธเป็นตัวละครที่มีแรงดึงดูดมาก เพราะเค้าเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อน. เดธรักอลิซาเบธ โดยการที่ล่อเธอให้ไปในทางที่ไม่ดี, กดดันเธอ, และไล่เธอไปไกลๆ
จซ. นั้นมันทำให้การแสดงยากครับ แต่ผมก็ชอบแสดงเป็นเดธนะ ตัวละครตัวนี้ต้องแสดงออกมาให้ดูเซ็กซี่ แต่ก็ต้องชั่วร้ายและไม่มีความรู้สึก. เพราะเดธก็คือความตาย เค้านำทางให้คนไปตายอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ค. เพราะแบบนั้น เวลาที่จะแสดงความรู้สึกรักคงเจ็บปวดมาก. ความรักที่เดธมีให้กับอลิซาเบธเป็นแบบไหนกันน่ะ?
จซ. มันเป็นความรักแบบที่คุณถามกัน “โอ้ นั้นมันใช่ความรักจริงๆหรือปล่าว?” ตอนที่อลิซาเบธตายและในที่สุดก็ได้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเดธ. ผู้กำกับบอกกับผมว่า ให้แสดงความรู้สึกออกมาโดยใช้น้ำตาหยดเดียว. เป็นน้ำตาแห่งการเยาะเย้ยและความทระนง เพราะเค้าดีใจที่ได้เธอมาครอบครอง แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ตายไปแล้ว. ผมคิดว่าการทำตัวสั่นเล็กน้อยในบทนั้นจะส่งผลกระทบได้ดีกับตัวละคร เพราะผมแสดงเป็นเดธให้ออกมาเป็นคนที่ดูเท่ห์มากเวลาฆ่าคนน่ะ
ค. ความจริงฉันมองไม่เห็นน้ำตานั้นเพราะฉันนั้งไกลเกินไป แต่ตอนจูบ เหมือนจะสร้างความประทับใจได้มากทีเดียว
จซ. จูบของผมน่ะเป็นจูบที่เข้มข้นสุดๆแล้ว ฮ่าฮ่า. จริงๆผมไม่ได้ตั้งใจจะใส่อารมร์ในการจูบขนาดนั้นน่ะ. ไม่ได้ทำตอนซ้อมด้วย แต่ว่าพออยู่บนเวทีแล้วผมก็อินไปกับบท. ผมคิดว่าผมควรจะจูบแบบนั้นเพราะในที่สุดผมก็ได้ผู้หญิงที่รอมานานแล้ว ตอนอาฟเตอร์ปาร์ตี้ อ๊ก จูฮยอนนูนาบอกผมว่าผมทำได้ดี. ผมคิดว่าฉากสุดท้ายเป็นฉากที่สำคัญมาก เพราะอลิซาเบธกับเดธไม่ค่อยมีซีนที่จะโชว์ความรักด้วยกันมากนัก
ค. ฉันได้ยินมาว่าคุณต้องร้องเป็นเพลงออกมาเกือบทุกฉากเพื่อถ่ายทอดอารมณ์. คุณรู้สึกยังไง?
จซ. ตอนโมสาร์ทก็เหมือนกัน. ผมทำได้ไม่ค่อยเต็มที่ตอนแรก แต่พอแสดงไปเรื่อยๆผมก็ทำได้ดีขึ้น. เมื่อวานก็เหมือนกัน. ด้วยทั้งคนดู ผมแสดงแตกต่างจากตอนที่ซ้อมไว้มาก. พวกเค้าช่วยเติมเต็มให้บทของเดธนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น. เพราะผมมี 30 โชว์ ผมจะต้องหา(ทำตัวให้ชิน)กับมันไปอีก 10โชว์ ฮ่าฮ่า
ค. ความรู้สึกที่แตกต่างระหว่างคอนเสิร์ตกับมิวสิคเคิล
จซ. ในคอนเสิร์ต, คนดูปรบมือให้ผม, คิมจุนซู. แต่ในมิวสิลเคิลเค้าปรบมือให้กับคาแรคเตอร์ของผม. ผมมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอีกแบบนึงในช่วงเวลาสองสามชั่วโมงนี้. ผมรู้สึกมีความพยายามมากขึ้นเวลาที่คนดูเข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามทำ. ผมไม่รู้ว่าอันไหนดีกว่ากัน แต่ผมรู้ว่ามันต่างกัน. ผมเป็นคนโชคดีที่ได้ทำมันทั้งคู่
ค. ปาร์ค ยูชอนก็มาดูคุณด้วย. เค้าบอกว่าอะไรบ้าง?
จซ. ผมตกใจมาก. เค้าบอก”ฉันได้ดูการแสดงรอบแรกด้วยนะ” ตอนที่โชว์รอบแรกจบ. เค้ามาโดยที่ไม่ได้บอกผมเพราะถ้าบอก ผมคงไม่ให้เค้ามา (หันไปหาผู้จัดการ) “เค้าพูดว่าอะไรบ้างครับ?” (ผู้จัดการ)”เค้าบอกว่าเค้าภูมิใจในตัวจุนซู และบทนี้ต้องเป็นจุนซูถึงจะทำได้) (จซ:)หือ?? แต่เค้าบอกผมว่า”พวกผู้หญิงคงชอบละสิ ใช่ป่ะ?” ฮ่าฮ่า
ค. มิวสิคเคิลนี่เค้าก็ต้องทำการแสดง(acting)ด้วยคุณไม่อยากจะไปแสดงละครแบบปาร์คยูชอนกับคิมแจจุงหรอ?
จซ. ผมก็อยากถ้าเกิดมันเป็นไปได้. ผมไม่ปิดกั้นอะไรหรอกแต่ผมอยากจะเล่นมิวสิคเคิลให้ได้มากที่สุด เพราะผมเริ่มมาจากมิวสิคเคิล
ค. น้ำหนักคุณลดไปเยอะเพราะคุณเล่นบอล คุณไปเล่นกับ FCMEN บ่อยมั๊ย?
จซ. ช่วงนี้เล่นแค่ครั้งนึงต่ออาทิตย์เพราะมันเป็นหน้าหนาว แต่ช่วงซัมเมอร์กับฤดูใบไม้ร่วม ผมเล่นมากถึงสามครั้งต่ออาทิตย์
ค. คุณสนิทกับนักฟุตบอลมืออาชีพบ้างมั๊ย?
จซ. ผมสนิทกับ ชอง ซังยอง, ผู้คุมประตูครับ ผมเคยคุยกับปาร์ค จีซอง ลีชองยอง และ ยูซังชอล ตอนไปงานที่เวียดนาม แต่ผมไม่กล้าโทรหาพวกเค้าหรอกครับ พวกเค้าคงยุ่งกัน
ค. คุณชอบฟุตบอลตรงไหน?
จซ. โอ้ ชาติหน้าผมอยากเกิดเป็นนักฟุตบอลครับ. คุณรู้หรือปล่าวว่านักฟุตบอลน่ะจะมีแฟนจะพูดคำหยาบก็ได้นะ? นักฟุตบอลลงแข่งต่อได้ถึงแม้ว่าจะโดนจับหลังจากเมาแล้วขับน่ะ. มันเป็นความแตกต่างระหว่างเอนเตอร์เทนเนอร์กับนักฟุตบอล. เอนเตอร์เทนเนอร์อยู่ด้วยภาพลักษณ์ แต่นักฟุตบอลอยู่ด้วยความสามารถ. พวกเค้าให้อภัยนักฟุตบอลได้เสมอถึงแม้ว่าจะเคยทำผิด อย่าตอนที่ Suarez ไม่ยอมเชคแฮนด์กับ Evra เค้าก็ยังเป็นนักฟุตบอลต่อได้ แต่ในทางของเอนเตอร์เทนเนอร์ ถ้าไปทำแบบนั้น การงานก็จะดับ ไม่ว่าจะมีความสามารถมากแค่ไหนก็ตาม. แล้วจริงๆผมก็ชอบเล่นบอลมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว แต่เพราะพ่อแม่ของพวกเราสนับสนุนเราทั้งสองไม่ได้. แล้วก็เพราะพี่ชายของผมมีร่างกายที่ดีกว่า(เหมาะกับการเป็นนักกีฬา) ผมก็เลยต้องยอมเสียสละเพราะยังไงคนใดคนนึงก็ต้องทำ
ค. พี่ชายฝาแฝดของคุณ ตอนนี้เป็นดาราเกาหลีหน้าใหม่ในญี่ปุ่นแล้ว
จซ. พี่ชายของผมเคยเล่ยเบสบอลเก่งมาก. เค้าได้รับคำเสนอจากทีมเบสบอลมืออาชีพด้วย แต่ตอนหลัง เค้าบอกว่าเค้าไม่ชอบเบสบอล. เค้าบอกว่าเค้าจะไม่มีความสุขหากได้เป็นนักเบสบอลมืออาชีพ แม้ว่าเค้าจะประสบความสำเร็จและมีเงินมากมายก็ตาม. เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่ผมพึ่งจะได้เดบิวท์เป็น ทงบังชินกิ. พ่อของผม, คนที่สนับสนุนพี่ชายมาโดยตลอดเสียใจมาก และตัวผมเองก็โกรธแล้วก็ต่อว่าพี่ชายไปมาก. แต่ตอนนี้ผมรู้สึกดี ในฐานะน้องชายของเค้า เพราะเค้าตั้งใจทำงานแล้วก็ทำได้ดีด้วย
ค. คุณเริ่มมีเสียงแหบๆตอนไหน?
จซ. ผมคิดว่าตั้งแต่ตอนม.3-ม.4ครับ ผมเริ่มร้องเพลงตอนป.5. เสียงผมแตกตอนที่ผมอยู่ในชั้นประถม แล้วก็ร้องเพลงไม่ได้ไป 3-4ปี แต่พอเสียงผมเปลี่ยนมันก็กลายมาเป็นแหบๆแบบนี้แหละครับ
ค. คุณชอบเสียงตัวเองมั๊ย?
จซ. ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดถึงมัน. แต่คนที่เค้ารู้จักผมทางเสียงเพลง เวลาเค้าเจอผมเค้าจะถามว่า “เจ็บคอหรอ?” “ซ้อมมากไปหรือปล่าว?” มันเป็นอะไรที่ฟังดูเครียดมากครับ แต่พอผมได้ยินเสียงตัวเองในวิทยุ มันทำให้ผมช๊อคมาก. มันแหบเกินไป..ผมไม่กล้าฟังเสียงตัวเองเลย ฮ่าฮ่า แต่ตอนนี้ชินแล้วครับ
ค. พูดถึงการร้องเพลง. คุณรู้มั๊ยว่า จุน-ซูคยอง กับ ปาร์คซันจู ชมเสียงคุณน่ะ? คุณไม่อยากลองไปพิสูจณ์เสียงคุณ แบบไปออกในรายการอย่าง I Am a Singer บ้างหรอ?
จซ. พวกเราพูดถึงเรื่องนั้นครับ, เซีย จุนซู สามารถไปออกรายการ I Am a Singer…แต่พวกเราไปออกรายการโชว์แบบนั้นไม่ได้หรอกครับ
ค. รายการบันเทิงเป็นที่เดียวที่ไปออกไม่ได้หรือปล่าว?
จซ. พวกเราไปออกรายการด้านอื่นได้ทุกด้าน, เหตุการณ์ปัจจุบัน(ข่าว?), เศรษฐกิจ, วัฒนธรรม, ละคร, ภาพยนตร์ แต่ไม่ใช่กับทางรายการบันเทิง
ค. คุณคงรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก?
จซ. ผมไม่รู้สึกโลภที่อยากจะออกรายการบันเทิงนักหรอกครับ แต่ความแตกต่างระหว่าง “ไม่ออก กับ ออกไม่ได้” มันต่างกันเยอะนะครับ. ผมอยากจะไปออกรายการเพลงอย่าง Music Wave, Open Concert, Love Request หรือไม่ก็ Sketchbook แต่มันน่าเศร้าที่พวกเราไปออกไม่ได้เลย แม้ว่าพวกเราจะเป็นนักร้องก็ตาม
ค. JYJ เวิร์ลทัวร์ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม. เป็นไอเดียของใคร?
จซ. ตัวแทนบริษัทของเราทำได้ดีมากครับ. พวกเราสามคนก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
ค. คุณรู้สึกยังไงที่ได้เจอกับแฟนๆต่างชาติของคุณ?
จซ. ผมช๊อคมาก. แล้วก็ตกใจมาก ขนาดตอนที่พวกเรามีโชว์เคสครั้งแรกที่อเมริกา(ก็มีแฟนๆมาดู) ผมดีใจมากแล้วก็เซอร์ไพรซ์มากที่ได้เจอแฟนๆจาก แคนาดา, สเปน, เยอรมนี แล้วก็อีกหลายๆที่… ต่างร้องเพลงไปพร้อมกับพวกเรา, เรียกชื่อพวกเรา. พวกเค้าทำให้พลังของผมกลับมาในเวลาที่ผมอยากจะยอมแพ้
ค.คุณยังอยากยอมแพ้อยู่มั๊ย?
จซ. บางครั้งครับ. ผมรู้สึกสงบลงมากกว่าเมื่อก่อน. พวกเราไม่สามารถทำงานได้ 10 เต็ม 10 ตอนนี้พวกเราทำได้แค่ 2-3จาก 10งาน. พวกเราวางแผนงาน10งานไว้อย่างลับๆ พวกเราแค่ไม่ประกาศออกไปเท่านั้นเองครับ. แฟนๆหลายคนว่าทางบริษัทเราว่าทำงานได้ไม่ดี แต่ผมอยากจะบอกพวกเค้าไว้ว่ามันไม่จริงเลย. ถ้าเราทำงานได้อย่างอิสระ เราคงจะยุ่งมากกว่าที่เป็นอยู่ครับ
ค. เคยมีข่าวว่า JYJ เป็นศิลปินที่ใช้ทวิตเตอร์เยอะ. SNS มันช่วยคุณติดต่อกับแฟนๆมากมั๊ย?
จซ. ครับ. เป็นทางเดียว. พูดจริงๆว่าพวกข่าวต่างๆช่วยติดต่อกับแฟนไม่ได้หรอครับ. ผมถ่ายทอดความเป็นตัวผมได้ใน SNS(twitter).
ค. คุณพูดไว้ครั้งนึงว่าคุณมาเป็นนักร้องเพราะคังตะ. ตอนนี้มีนักร้องหลายคนที่มาเป็นนักร้องเพราะคุณ. คุณมีอะไรจะบอกพวกเค้ามั๊ย?
จซ. อย่าไปเป็นไอดอล? โลกของไอดอลในประเทศเกาหลีมัน….. ฮ่าๆ
ค. คุณรู้สึกยังไงในตอนนี้? คุณรู้สึกลำบากมั๊ยที่ต้องใช้ชีวิตเป็นคนดัง?
จซ. ผมชอบความท้าทาย แล้วก็พยายามที่จะเอาชนะความเครียด. เพราะว่าคุณได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง. ไอดอลและคนดังทุกคนต้องเข้าใจถึงสิ่งนี้เพื่อที่จะไม่ไปเกินขอบเขต. พวกเค้าไม่ตระหนักถึงสิ่งพวกนี้ในตอนแรกหรอ. เค้าจะคิดถึงแต่สิ่งที่พวกเค้าจะสูญเสียและความยากลำบาก
ค. ถึงแม้ว่าคุณจะผ่านความยากลำบากมาเยอะ แต่คุณก็ประสบความสำเร็จในส่วนที่คนธรรมดาทำไม่ได้ใช่มั๊ย? แต่คุณก็ได้มาเยอะในขณะที่คุณแค่อายุ 27 เอง
จซ. ในตอนแรกผมคิดในทางกลับกับ. ผมเคยมองโลกในแง่ร้าย. ทำไมต้องมาเป็นคนในวงการด้วย? จะมีความรักที่โรแมนติคบ้างก็ไม่เคยง่ายเลย. ผมไปสถานที่อย่าง Lotte world หรือ carribeanbay ก็ไม่ได้ ผมรู้สึกอิจฉาคนทั่วไป. ไอดอลคนอื่นก็คงคิดแบบผม เพราะการเป็นไอดอลมีกฏ/ข้อห้ามมากมาย. แต่ในที่สุดผมก็คิดได้ว่า ผมเอาแต่คิดถึงสิ่งที่ผมสูญเสียแต่กลับไม่นึกถึงสิ่งที่ผมได้รับ. ตอนที่ผมได้ฟังตอนที่เพื่อนๆของผมกังวลกับสิ่งที่ผมเรียกว่า “ปรกติ” ตอนนั้นผมก็คิดได้ อะฮ่า! พวกเราก็เหมือนกันหมดนี่แหละ. ตอนที่ผมเริ่มมองไปในสิ่งที่ผมได้รับ ผมรู้สึกต่างออกไป. แต่ยังไงๆถ้าผมเกิดใหม่ผมก็จะไม่เป็นคนในวงการ. ผมจริงจังมากกับจุดนั้น. ไม่ใช่ว่าผมเกลียดชีวิตปัจจุบันของผม แต่ผมอยากจะเอนจอยในสิ่งที่ผมสูญเสียไป
ค. โอ้ คุณอยากไป Lotte world มากเลยหรอ?
จซ. ครับ. ผมรักที่นั้นมาก. โลกแห่งความฝัน!
ค. คุณเห็นคุณค่ากับสิ่งไหนมากที่สุด?
จซ. ผมเห็นคุณค่ากับทุกเรื่อง..ตอนที่คนจำผมได้, ปรบมือให้ผม, และรักผม. ผมรู้สึกยินดีมากที่ได้มีชีวิตนี้
ค. คุณพึ่งไปสร้างโรงเรียนที่กัมพูชามาหลังจากที่คุณเห็นคุณค่ากับสิ่งที่คุณได้รับใช่มั๊ย?
จซ. ผมเคยคิดว่าหลังจากที่ออกมาจากบริษัทเก่าผมจะเป็นนักร้องไม่ได้แล้ว. ถ้าเกิดว่าผมไม่มีความตั้งใจที่จะออก ผมก็คงไม่กล้าที่จะออกมา. มันเป็นช่วงที่พวกเราอยู่ในจุดที่สูงที่สุด. ขายบัตรคอนเสิร์ตหมดเกลี้ยง ไม่ว่าจะโตเกียวโดมก็ตาม. มันเหมือนว่าผมไม่ฉลาดเลยที่ทำให้ทุกอย่างพังลง. ตอนนั้นผมรู้สึกกลัวแล้วกลัวอีก.แต่ผมมั่นใจว่าผมจะไม่มีทางมีความสุขถ้าหาก ผมยังจะมีชีวิตอยู่แบบนั้น. ผมจะสามารถพูดออกมาได้อย่างเต็มปากในตอนที่ผมอายุ30กว่าๆ หลังออกมาจากบริษัทกับสัญญา13ปี มีชั่วโมงนอนเพียง2ชั่วโมงทุกวันว่าผมมีความสุข…? แน่นอนว่าผมรู้สึกแย่/สงสารสต๊าฟที่คอยดูแลผมมาตลอดและทำงานให้ผม แต่ผมคิดว่านั้นไม่ใช่ชีวิตของผม. พวกเราออกมา เสี่ยงทุกอย่างแม้กระทั่งอาชีพการเป็นนักร้อง. พวกเราเริ่มต้นใหม่. ผมพบเจอชีวิตใหม่ในการเป็นนักร้องอีกครั้ง. เพราะงั้นผมเลยอยากจะแชร์สิ่งนี้กับทุกคน. คนเราควรจะแบ่ง(ความสุข?)ในเวลาที่ทำได้นะ
ค. รักโรแมนติคคือที่สิ่งคุณเสียไปหรือปล่าว?
จซ. การเป็นคนดังมันมีกฏข้อห้ามมากมาย. หนึ่งในนั้นก็คือการมีความรักโรแมนติค
ค. เดี๋ยวนี้คนดังหลายคนออกมาประกาศเรื่องความรัก. คุณทำแบบนั้นไม่ได้หรอ?
จซ. มันเป็นไปได้ แต่พูดจริงๆนะครับ มันตลกหรือปล่าว ผมอายุ27แล้วแต่ผมไม่มีแฟน! มันไม่ใช่เรื่องแปลกแล้วก็ไม่ใช่โรคร้ายอะไรด้วย แต่แฟนๆชอบพูดว่า ‘คุณมีแฟนได้ แต่อย่าให้ถูกจับได้นะ” ผมรู้ว่าพวกเค้าหมายถึงอะไร ความแตกต่างระว่าง “รู้ กับ ไม่รู้” มันใหญ่มากเลยน่ะ
ค. เป็นมารยาทที่ให้กับแฟนๆหรือปล่าว?
จซ. ครับ ครับ แต่พวกเราทั้งสามคิดว่าไม่ควรจะซ่อน(แฟน)หรอกครับ. มีแฟนไม่ใช่ว่าพวกเราจะแต่งงานสักหน่อย. ไม่ใช่สิ่งที่ร้ายแรง. มันเป็นสิ่งที่สวยงาม
ค. สเป๊คของคุณ?
จซ. ผู้หญิงที่ผมสามารถรักเธอได้. ถ้าได้เจอกับผู้หญิงที่ผมรักจะดีกว่าเจอผู้หญิงที่รักผม. ผู้หญิงควรจะเจอกับผู้ชายที่รักเธอถึงจะมีชีวิตที่มีความสุข
ค. ขอลายละเอียดอีกหน่อย
จซ. ผมไม่คิดว่าหน้าตานั้นสำคัญ. แต่ผมรักคนที่มีความอ่อนโยนและความอ้อนน้อมต่อผู้ใหญ่. ผมเกลียดผู้หญิงที่สูบบุหรี่. ความจริงผมเป็นคนค่อนข้างหัวโบราณ. แล้วผมก็คิดว่าเพราะผมไม่เคยสูบด้วยแหละ. ผมจะไม่ชอบใครถ้าเธอคนนั้นไม่ตรงกับสองข้อที่ผมวางเอาไว้ถึงแม้ว่าเธอจะโด่ง ดังหรือสวยมาจากไหนก็ตาม
ค. คุณไม่อยากมีรักโรแมนติคกับเค้าบ้างหรอ?
จซ. อยากครับ. คนเราจะร้องเพลงได้เพราะขึ้นหากมีความรัก. เพลงโดยนักร้องที่มีอายุราวๆ 30-40 จะลึกซึ้งมากกว่าเพราะไม่ใช่แค่ว่าพวกเค้ามีความสามารถ แต่เพราะเค้าร้องด้วยความรู้สึกด้วย. ตอนที่ อิมแจบอมร้องเพลง “how come, we are” ความรู้สึกที่เค้าใส่ลงไปนั้นทำให้เพลงนี้เป็นเพลงนี้. ถึงแม้นักร้องอายุราวๆ20 จะร้องเสียงสูงได้สูงกว่า แต่ก็ไม่สามารถสื่อถึงความละเอียดอ่อนในเพลงได้ เพราะสิ่งนั้นได้มาจากประสบการณ์
ค. เพราะงั้นคุณเลยบอกว่าอารมณ์และความรู้สึกสำคัญกว่าเทคนิค? เทคนิคเรียนได้. คุณสื่อ/เก็บอารมณ์ไว้ยังไง?
จซ. คุณไม่สามารถฝึกอารมร์ได้. แต่ล่ะเพลงมีทั้งความสุข, ทุกข์, ความเศร้า, และความพอใจ. นักร้องควรจะร้องเพลงกับอารมณ์เหล่านี้. ถ้าร้องด้วยอารมณ์ก็จะสื่อถึงคนฟังได้. ผู้คนสามารถแยกเสียงจากนักร้องที่มีเทคนิคดีกับนักร้องที่ร้องด้วยอารมณ์ได้ ง่ายมาก. เพราะงั้นเวลาที่ผมจะร้องเพลง ถึงแม้ว่าจะร้องไม่กี่ท่อน ผมจะนึกถึงอารมณ์ของเพลง หรือประสบการณ์ที่คล้ายกันแล้วร้องออกมา. ถ้าเนื้อเพลงมีความสุข ผมก็จะยิ้ม ถ้ามันเศร้าผมก็จะทำหน้าเศร้า. จากนั้นอามณ์มันก็จะออกมาพร้อมกับเสียงเอง
ค. คิม จุนซูตอนอายุ30 คงจะเป็นคนที่อ่อนไหวมาก?
จซ. ผมแค่อยากจะเป็นผู้ชายอายุ 30 ที่ยอดเยี่ยมแค่นั้นเอง. ผมไม่กลัวความแก่. ผมโอเคถ้าหากจะมีพุงใหญ่ๆและรอยตีนกา. แต่ผมอยากจะเป็นผู้ชายอายุมากที่มีนิสัยที่น่ารักอย่างพ่อของผม
ค. พ่อของคุณเป็นตัวอย่างให้คุณ?
จซ. ผมอยากจะเป็นเหมือนพ่อที่เค้าเป็นให้กับแม่ของผม. พ่อเค้าดีต่อแม่มากๆ. ผมเข้าใจพ่อนะ เพราะแม่ผมเคยเป็นมิสโคเรีย. พ่อเค้าตามแม่ไปทุกที่ตลอด 5 ปีเลย. แต่แม่ผมไม่ชอบที่พ่อผมรักแม่(มากเกินไป) ฮ่าๆ ตั้งแต่เราเด็กๆ พ่อเค้าจะพูดในขณะที่กำลังซักผ้าและล้างจานว่า”พวกเธอต้องอย่างน้อยล้างจาน ได้ ถ้าอยากให้ภรรยารัก” พ่อเค้าไม่ใช่คนหัวโบราณเลย
ค. บ้านคุณคงมีแต่ความรักและความอบอุ่น?
จซ. ครับ พวกเราเป็นครอบครัวที่มีแต่เสียงเพลง. ฮยองก็ตลกด้วยล่ะ
ค. คุณซักผ้าและล้างจานด้วยตัวเองจริงหรอ?
จซ. แน่นอนครับ. ผมทำเป็นตั้งแต่เด็กๆแล้ว
~เป็นผู้ชายที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีจริงๆ~
***************************************************************************************************
Translator (by @dlwpdldhkdlwp)
Thai Trans: @AMMICKY
Shared by: JYJ Guardian Team
[Pic] 120416 Junsu and Jaejoong @Studio



magcartoon








































































[PIC] 120515 Junsu Twitter Update สวยสังหาร
[Trans] 120426~120427 JYJ Twitter Updates
[PIC] Yunho's 1st LOOK Photoshoot for "I AM." Movie
[PICS] Kim Jaejoong dining with PD of “Jackal is Coming”, Script and Autograph
[Trans] 120419 Kim Junsu’s Message In Nikkan Sports
[PICS] 120424 Jaejoong and Junsu for NII
「 AKUMI 」
YUNJAE Supporter♥•สนับสนุนยุนแจอย่างเป็นทางการ•♥